อนาคตไทยกับวัตถุดิบผลิตเชื้อเพลิง Wood Pellet:
วันที่ : วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2557
สถานีที่ : ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2 ตึกวนศาสตร์ 72 ปี คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
 

ความเป็นมาของโครงการ
 วัตถุประสงค์
 เป้าหมายโครงการ
กำหนดการ
 ลงทะเบียน Online
 รายชื่อผู้เข้าร่วมสัมมนา
 Downloads
แบบประเมิน
สำหรับเจ้าหน้าที่
Username :
Password :
ความเป็นมาของโครงการ
แผนพัฒนาพลังงานทดแทน 10 ปี (Alternative Energy Development Plan: AEDP) ได้ให้ความสำคัญกับชีวมวลถึง 4,800 MW จากพลังงานไฟฟ้าพลังงานทดแทนรวมทั้งสิ้นตามเป้าหมาย 10,000 MW หรือ 48%   ศักยภาพด้านชีวมวลในประเทศไทย สามารถแบ่งตามประเภทชีวมวลจากชีวมวลที่มาจากการปลูกหรือจากการแปรรูปไม้ ในภาคอุตสาหกรรมจัดอยู่ในกลุ่มชีวมวลไม่พร้อมใช้ซึ่งมีต้นทุนสูง ต้องมีการบริหารจัดการและลงทุนเพิ่ม ซึ่งจะเป็นชีวมวลที่มีคุณภาพและสามารถพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคตจากไม้โตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัส อะเคเซีย กระถิน หญ้าเนเปียร์ เศษเหลือไม้ยางพารา และทะลายปาล์มเปล่า เป็นต้น  
ตลาดโลกด้านชีวมวลจะมีการรับซื้อชีวมวล 2 ประเภทที่แปรรูปแล้ว คือ 1.ในรูปแบบของเชื้อเพลิงอัดแท่ง (Wood pellets) 2.ในรูปแบบของไม้สับ (Woodchips)    ชิ้นไม้สับจากยูคาลิปตัส ราคาส่งออก เพื่อผลิตกระดาษ (Bone Dry Metric Tons: BDMT) ราคาตันละ 3,100-3,350 บาท ถ้าเป็นการซื้อขายแบบตันสด ความชื้นต่ำกว่า 50% ราคาส่งออกตันละ 1,700-1,800 บาท ไม้อัดแท่งโดยปกติความชื้นจะต่ำกว่า 10% ใช้เป็นเชื้อเพลิง แบ่งเป็น 2 ระดับ คุณภาพดี คือสามารถส่งออกไปแถบยุโรป แต่ถ้าจำหน่ายในประเทศหรือส่งออกในแถบเอเชีย ก็จะเป็นแบบคุณภาพปานกลาง ส่วนWood pellets สำหรับใช้กับบ้านเรือน(Household) คุณภาพของชีวมวลไทยยังไปไม่ถึงอาจต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม ซึ่งHousehold Wood pellets นี้ราคาดีมากสำหรับราคา Wood pellets ที่จำหน่ายในประเทศราคาระหว่าง 3,600-3,800 บาทขึ้นอยู่กับความชื้นและปริมาณเถ้า ราคาส่งออกไปเกาหลี ญี่ปุ่น แบบ FOB จะอยู่ระหว่าง US$135-155 ต่อตัน      ความต้องการ Wood pellets ของตลาดโลกในปีหน้าอยู่ที่36 ล้านตันต่อปี และคาดการณ์ว่าในปี2020 ตลาดโลกจะต้องการถึง 58 ล้านตัน ต่อปี   สำหรับประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิต Wood pellets ได้ประมาณ 19 ล้านตันต่อปี (32 ล้านตันสด) 10 อันดับแรกของผู้ส่งออกมากที่สุด อันดับที่ 1.สหรัฐอเมริกา 2.แคนาดา 3.รัสเซีย 4.ยูเครน 5.โครเอเชีย 6.เบลารุส 7.บอสเนียและเฮอร์โกวีนา 8.แอฟริกาใต้ 9.เซอร์เบีย และ 10.ออสเตรเลีย (ข้อมูลจาก Renewable 2013 Global Status Report) โดยประเทศอันดับที่ 1 อย่างสหรัฐอเมริกา ส่งออกถึงปีละเกือบ 2 ล้านตัน ราคา Wood Pellet ที่ส่งออกจากไทยไปเกาหลี-ญี่ปุ่น ราคา FOB อยู่ที่ตันละ 155 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเห็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวเข้ามาสู่การแข่งขันของผู้ส่งออก Wood pellets หรือไม้อัดแท่ง  
การส่งออกเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเนื่องจากประเทศเกาหลีใต้มีความต้องการใช้ชีวมวลอัดแท่งเป็นเชื้อเพลิงในโรง ไฟฟ้าสูงขึ้น หลังจากรัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดให้เพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวมวล เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลบางส่วน ส่งผลให้มีผู้ค้าชีวมวลอัดแท่งต้องออกมารับซื้อชีวมวล
อัดแท่งจากในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งในประเทศไทยที่ส่งไปขายในตลาดเกาหลีใต้ในราคาประมาณ 150 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือสูงกว่าราคาขายในประเทศที่ประมาณ 70-90 เหรียญต่อตัน ทั้งนี้ ผู้ผลิตชีวมวลอัดแท่งรายใหญ่ได้หันไปลงทุนตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผลิตส่งออกมากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าวัตถุดิบในประเทศจะอาจไม่เพียงพอในระยะยาว อาจส่งผลให้การเติบโตของธุรกิจชีวมวลอัดแท่งอาจชะลอตัวลง เพราะวัตถุดิบภายในประเทศไม่เพียงพอและรวบรวมได้ลำบาก จนหลายบริษัทมีแผนจะปลูกป่าเอง ดังนั้นการบริหารจัดการวัตถุดิบเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลมีผลอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของธุรกิจชีวมวลอัดแท่งในประเทศไทย  เพื่อให้ผู้ประกอบการก้าวเข้ามาสู่การแข่งขันของผู้ส่งออกชีวมวลอัดแท่งและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตชีวมวลอัดแท่งของโลกต่อไป


"ท่านสามารถติดตามผลการประชุม สัมมนา หรือ Download เอกสารประกอบการสัมมนา ได้หลังการสัมมนาแล้วได้ที่
http://frc.forest.ku.ac.th/seminar "
** ขอสงวนสิทธิ เอกสารประกอบการสัมมนา และของที่ระลึกเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียน Online ล่วงหน้าเท่านั้น **