เวทีเสวนาโครงการปรับปรุงกฎหมาย ยุติอาชญากรรมสัตว์ป่า ปี ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๒:
วันที่ : ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
สถานีที่ : ณ ห้องประชุม FORTROP ชั้น 3 ตึกวนศาสตร์ 60 ปี คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
 

ความเป็นมาของโครงการ
 วัตถุประสงค์
 เป้าหมายโครงการ
กำหนดการ
 ลงทะเบียน Online
 รายชื่อผู้เข้าร่วมสัมมนา
 Downloads
แบบประเมิน
สำหรับเจ้าหน้าที่
Username :
Password :
ความเป็นมาของโครงการ
อาชญากรรมสัตวป่าได้กลายเป็นหนึ่งในรูปแบบของธุรกิจในตลาดมืดที่ทํากําไรได้สูงรองจากการค้ายาเสพติดและการค้าอาวุธที่ผิดกฎหมาย ซึ่งสูงเกือบเท่ากับการค้ามนุษย์ ผลประโยชน์และกําไรจากการค้าที่ผิดกฎหมายประเภทนี้ ดึงดูดให้เครือข่ายอาชญากรรมลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น และยังส่งเสริมให้ขบวนการกระทำความผิดมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งในบางกรณียังเกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหรือผู้ก่อการร้ายอีกด้วย นอกจากนี้การค้าสัตว์ป่าที่ขาดการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ยังสามารถนําไปสู่การแพร่กระจายของเชื้อโรคจากสัตว์ป่าสู่คนได้เช่นกัน
 
ปัจจัยเหล่านี้ได้ทำให้อาชญากรรมสัตว์ป่ากลายเปนภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและของภูมิภาค ในการบังคับใช้กฎหมายและการดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ย่อมเกี่ยวเนื่องกับการออกกฏหมายและนโยบายที่เหมาะสมกับสถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าในปัจจุบันและภายใต้จุดมุ่งหมายเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชป่าอย่างยั่งยืนภายในภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ
 
เพื่อให้สอดคล้องกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community (AEC) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นี้ จึงมีความจําเป็นอย่างเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายเพื่อควบคุมการค้าสัตว์ป่าและต่อสู้กับอาชญกรรมประเภทนี้ ในแต่ละปี มีเงินจํานวนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐหมุนเวียนอยู่ในตลาดการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามแดน โดยผ่านช่องทางของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นพื้นที่สําคัญในการลักลอบค้าสัตว์ป่าของโลก นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของการขนย้ายสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าไปยังตลาดผู้บริโภคในประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศเวียดนามและประเทศจีน ประเทศในภูมิภาคอาเซียนกําลังเผชิญหน้ากับความยากลําบากในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นผลจากช่องโหว่ของกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า และบทลงโทษที่อ่อนเกินไปสําหรับผู้ฝ่าฝืน นอกจากนั้นผู้บังคับใช้กฎหมายยังพลาดโอกาสในการประยุกต์ใช้กฎหมายอื่นๆ  กับคดีอาชญากรรมสัตว์ป่า เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการเลี่ยงภาษี
 
ปัจจุบัน การปฏิบัติงานในระดับภูมิภาคเพื่อต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าดำเนินการโดยเครือข่ายการบังคับใช้กฎหมายด้านสัตว์ป่าในภูมิภาคอาเซียน หรือ อาเซียนเวน (ASEAN Wildlife Enforcement Network : ASEAN-WEN)  เป็นหลัก เครือข่ายอาเซียนเวนนี้ช่วยส่งเสริมปฏิบัติการการบังคับใช้กฎหมาย โดยทําหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างประเทศในภูมิภาค อย่างไรก็ดีการดําเนินคดีและการตัดสินลงโทษที่มีอยุ่ในปัจจุบันนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับการล้มล้างเครือข่ายอาชญากรรมที่แสวงกําไรจากการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายได้ เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพถ้าปราศจากกฎหมายที่เข้มแข็งและการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศอย่างเหมาะสม และประเทศไทยเองก็ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการลักลอบการค้าสัตว์ป่าเนื่องจากยังมีช่องโหว่ทางกฎหมายที่บังคับใช้อยูในปัจจุบัน

ประเทศไทยเข้าเป็นประเทศสมาชิกภาคีของอนุสัญญาไซเตสหรืออนุสัญญาการค้าระหว่างประเทศว่าด้วยชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention of International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora ? CITES) ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๒๖ โดยดําเนินการภายใต้กฏหมายหลักสองฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และพระราชบัญญัติคุมครองพันธุ์พืช จากการที่กฎหมายทั้งสองฉบับนี้ได้ตราขึ้นมานานกว่า ๒๐ ปี บัดนี้ ประเทศไทยมีความจําเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขช่องโหว่ของพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อไม่ให้กฎหมายถูกนําไปใช้ประโยชน์โดยกลุ่มอาชญากรและเพื่อให้รู้เท่าทันกับสถานการณ์การลักลอบค้าสัตวป่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
 
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของประเทศไทย พ.ศ.๒๕๓๕ ถูกจัดลําดับให้เป็นหนึ่งในกฎหมายที่มีบทลงโทษปรับต่ำที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เมื่อเทียบกับรายได้มวลรวมประชาชาติ (ปีพ.ศ.๒๕๕๕) โดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท อีกทั้งช่องโหว่ทางกฎหมายถูกนําไปใช้การสวมสิทธิ์เพื่อลักลอบค้าสัตว์ป่าผ่านฟารม์ (ในนามสวนสัตว์) เพื่อลักลอบค้าไปทั่วโลก อยางไรก็ดี หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ มีความพยายามที่จะผลักดันการปรับเปลี่ยนพระราชบัญญัติฉบับนี้มาเปนเวลากว่า ๑๒ ปี แต่ยังคงไม่บรรลุผล ในปีพ.ศ.๒๕๕๗
 
การจัดกิจกรรมและเวทีเสวนาดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่าย และความรู้ความเข้าใจให้กับบุคคลที่ไปที่สนใจในเรื่องนี้และเพื่อให้สังคมมีส่วนร่วมในการนําผลจากการเสวนาและกิจกรรมทั้งหมดไปนําเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศต่อไป  


"ท่านสามารถติดตามผลการประชุม สัมมนา หรือ Download เอกสารประกอบการสัมมนา ได้หลังการสัมมนาแล้วได้ที่
http://frc.forest.ku.ac.th/seminar "
** ขอสงวนสิทธิ เอกสารประกอบการสัมมนา และของที่ระลึกเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียน Online ล่วงหน้าเท่านั้น **